HOKKAIDO : ขาวลายคราม

Updated: Jan 4, 2020



ขับรถเที่ยวฮอกไกโดในหน้าหนาว มีทั้งวันที่ฟ้าใสไร้เมฆและวันที่พายุหิมะโหมหนักจนมองไม่เห็นทาง

ขาวจนคิดว่าถ้าถ่ายมาลงก็คงเหมือนกระดาษเปล่า หลับตาคงมีค่าเท่ากัน ตื่นเต้น


ทริปนี้จัดให้ครอบครัว แต่ละคนชอบคนละแบบ แต่ไหนๆก็เป็นคนวางแผนเองเลยเทไปทางธรรมชาติเต็มๆ สวยกว่าที่คิดทั้งนั้นเลยค่ะ บังเอิญหลงไปเจอแล้วกลายเป็ฯสิ่งที่ดีงามที่สุดในทริปก็มี นอกจากธรรมชาติแล้ว ยังเพิ่มวันเที่ยวเมืองให้พ่อจับโปเกม่อน เพิ่มออนเซ็นให้แม่ แล้วก็เพิ่มเมืองใหญ่ให้น้องชายช้อปปิ้ง รวมๆแล้ว 8 วันเก็บมาได้ 20 ที่

พริมจัดกระเป๋าเดินทางแค่ครึ่งใบ ไปญี่ปุ่นทีไรต้องเผื่ออีกครึ่งใบไว้ขนของกลับอยู่แล้ว หน้าหนาวนี่ใส่เสื้อผ้าซ้ำกันได้หลายวันโดยไม่เหม็น เลยเตรียมเสื้อผ้าไปน้อย ลืมคิดไปว่าอากาศหนาวๆจะได้ไปกินกุ้งปิ้งปูย่างจนตัวเหม็น เสื้อเหม็นตั้งแต่วันแรกได้เหมือนกัน


6-7 ชั่วโมง ไม่ทันหลับก็มาถึงฮอกไกโดแล้ว พริมเลือกที่จะนั่งบัสเข้าเมือง รีบไปต่อแถวโดยไม่ทันเปลี่ยนกางเกงเลย เป็นคนชอบใส่กางเกงผ้านิ่มๆเบาๆขึ้นเครื่อง เลยได้ยืนรอบัสอยู่ 20 นาทีกลามอุณหภูมิติดลบด้วยกางเกงแสนบาง บนรถบัสไม่มีที่นั่งเหลือ คนขับจึงตามมาสอนวิธีเปิดเก้าอี้ลับ ตลอด 1 ชั่วโมงที่นั่งเข้าซัปโปโรจึงกลายเป็นประชากรชั้น 2 ดึงเก้าอี้เสริมมานั่งขวางทางเดินไป ใครจะออกเราก็ต้องลุกพับเก้าอี้เก็บเพื่อหลีกทาง สงสัยคนญี่ปุ่นเองก็ไม่เคยเห็นถึงได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป


ตามแผนคือเย็นนี้จะตรงเข้าเมืองหลวงไปพักเอาแรงก่อน ปล่อยให้ตัวคุ้นเคยกับอากาศหนาวๆซักคืน แล้วพรุ่งนี้จะเริ่มเช่ารถขับเที่ยว

  1. Biei : Christmas Tree

  2. Biei : Mild Seven Hills

  3. Biei : Ken & Mary Tree

  4. Asahidake Ropeway

  5. Shirahige Waterfall

  6. Shirogane Blue Pond

  7. Sounkyo Ice Waterfall Festival

  8. Kitakitsune Farm

  9. Bihorotoge Pass

  10. Lake Kussharo : Wakoto Peninsula Onsen

  11. Lake Kussharo : Ikenoyu Onsen

  12. Lake Kussharo : Sunayu Onsen

  13. Mount Iō

  14. Tsurui Ito Tancho Crane Sanctuary

  15. Tsuruimidai

  16. Washo Fish Market

  17. Noboribetsu Onsen

  18. Jigokudani Hell Valley

  19. Otaru

  20. Sapporo






 

Biei Trees

บิเอ เป็นเมืองเล็กๆที่วิวสวยอัดแน่น มันเรียบๆ โล่งๆ มีทุ่งหิมมากกว่าความเป็นเมือง เป้าหมายแรกคือการตามไปดูต้นไม้สวย พริมคัดมา 3 ต้นที่เห็นแวบแรกในกูเกิ้ลแมพแล้วถูกชะตา ตอนบอกสมาชิกในรถว่าเราจะไปดูต้นไม้กันนะ เสียง ห๊ะ ลอยกลับมาทันที ไม่ต้องถามมาก ไม่รู้จะอธิบายยังให้คนเข้าใจว่าต้นไม้มันสวยยังไง แต่มั่นใจค่ะว่าพอทุกคนได้เห็นก็จะว่าสวยเอง ชื่นชมคนที่ปั้นต้นไม้พวกนี้ให้โด่งดังมากๆค่ะ เพราะถ้าขับผ่านเฉยๆ คงไม่มีโอกาสเห็นความสวยของมันแน่ๆ


Christmas Tree

  • เรียบง่ายแต่สวยที่สุด ในบรรดาต้นไม้ที่แวะดู ขอเทใจให้ต้นคริสต์มาสต้นนี้อันดับหนึ่งเลยค่ะ ไม่ว่ากล้องที่ใช้จะเป็นยังไง ถ่ายมาเลย ดีทุกมุม



Mild Seven Hills

  • ตอนหาชื่อนี้ในกูเกิ้ลแมพ มันพาไปที่ที่มีต้นไม้สวยอยู่ก็จริง แต่หน้าตาไม่เหมือนในรูปเลย ไม่มีนักท่องเที่ยวซักคนด้วย ต้องขับต่อมาอีกซักพักถึงจะเจอรถจอดอยู่เต็ม เสียดายอยู่อย่างที่มีคนไม่เชื่อฟังกติกาที่ปักไว้ คงเดินลุยหิมะเข้าไปหวังถ่ายต้นไม้ใกล้ๆ กลายเป็นว่าคนที่ตามมาทีหลังจะถ่ายต้นไม้ทีไร ก็ติดรอยทางที่คนนั้นย่ำไว้ทุกที วิวแบบนี้มันสวยตรงความน้อยแต่เนี๊ยบซะด้วยสิ



Ken & Mary Tree

  • ถ้าไป 2 ที่แรกมาก่อน อาจไม่แวะดูต้นนี้ สวยแต่ไม่พิเศษเท่าไหร่




 

Asahidake Ropeway, Daisetzusan National Park

อุทยานไดเซทสึนั้นกว้างใหญ่กินพื้นที่หลายเมือง ด้านบนมียอดเขาสูงอยู่เป็น 10 ยอด หน้าร้อนสามารถเดินเทรคข้ามไปยอดนู้นยอดนี้ได้ค่ะ แต่หน้าหนาวแบบนี้ปิด ถึงเทรคไม่ได้ แต่ก็มีกระเช้าจากสกีรีสอร์ทพาขึ้นไปบนนั้นถึง 2 ฝั่ง คือ Sounkyo ซุนเคียวทางฝั่งตะวันออก และ Asahidake อาซาฮีดาเกะทางฝั่งตะวันตกค่ะ อันแรกนั้นปิดปรับปรุงอยู่พอดี เลยต้องเปลี่ยนมาขึ้นอาซาฮีดาเกะแทน

หิมะตกมาตลอดทาง ถนนสีเทาถูกคลุมใหม่จนขาว รายทางมีสกีรีสอร์ทเปิดอยู่ เห็นนักท่องเที่ยวที่มาพักแถวนี้มีเล่นสโนว์บอร์ดกลับเข้ารีสอร์ทแทนการเดินด้วย

กระเช้าที่พาขึ้นสู่ยอดเขาอาซาฮีนั้นค่อนข้างใหญ่ นอกจากพริมที่ขึ้นไปเพื่อดูวิวแล้ว ที่เหลือก็แต่งตัวกันเต็มยศมาเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ต้นสนกระจายอยู่เต็มภูเขาแต่เริ่มเลือนลางเข้าไปทุกทีเมื่อใกล้ถึงยอด ยิ่งสูง หิมะยิ่งสาดกระจายหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทุกอย่างกลายเป็นสีขาว

เมื่อกระเช้าจอดสนิท นักกีฬาทั้งหมดก็กรูออกไปอย่างรวดเร็ว พริมอยากถ่ายตอนพวกเค้าถลาลงมาเลยรีบย่ำตามไป แต่เพียงพริบตาคนทั้งฝูงก็หายไปหมด ไม่รู้ว่ากลืนไปกับหิมะหรือแล่นลงเขากันหมดแล้ว ทั้งฟ้าทั้งพื้นเป็นสีเดียวกันจนแยกไม่ออก แล้วหิมะก็สาดใส่หน้าตลอดเวลาจนมองไม่เห็นทาง แก้มถูกหิมะกัดจนแดงก่ำ มือแข็งจนไม่มีแรงกดชัตเตอร์ อยู่ไปก็ไม่เห็นวิวอยู่ดีเลยตัดสินใจว่าจะลงเขาแล้วล่ะ

พอกลับลงมาเลยเห็นว่าทุกคนที่เจอข้างบน สกีลงมานั่งอุ่นๆกันในร้านกาแฟหมดแล้ว


  • กลับถึงโรงแรมคืนนั้นพบว่าแก้มยังไม่หายแดง รู้สึกร้อนไปทั้งหน้าจนอยากเอาหิมะมาโปะ ร้อนจนแผ่ความร้อนไปถึงคนที่นั่งข้างๆได้ด้วย พอไปส่งกระจกดูใกล้ๆถึงพบว่ามันไม่ใช่แก้มแดงชมพูธรรมดา มันเป็นปื้นนูนๆเหมือนลมพิษเลย กูเกิ้ลดูเลยคิดว่าน่าจะคล้ายกับคนที่แพ้ความหนาว ชะล่าใจเองว่าเคยอยู่กับอากาศติดลบบ่อยๆน่าจะไม่เป็นอะไร แต่หนนี้คงเพราะโดนเต็มๆและเปลี่ยนอุณหภูมิเร็วไปหน่อย เลยกินยาแก้แพ้และทายาเย็นๆไป แต่ใจกลับร้อนรนกว่าเดิม สัญญาเลยว่าวันต่อๆไปจะพันผ้าพันคอ ใส่หน้ากาก ให้ปิดแก้ม แบบที่เห็นคนญี่ปุ่นชอบใส่กัน






Shirahige Waterfall

ยังคงอยู่ในเมืองบิเอนะคะ พริมเห็นน้ำตกนี้ครั้งแรกจากไอจีของใครซักคนจำไม่ได้ แคปเก็บไว้เพราะชอบมากเลย ผ่านไปหลายปีตอนเคลียร์รูปในมือถือ ถึงได้เห็นว่าตัวเองมีรูปน้ำตกชิราฮิเกะในหน้าหนาวเก็บไว้เพ