top of page

HUAHIN : Holiday Inn Vana Nava วิวที่สวยและสูงสุดในหัวหิน



จากรีวิว 10 ที่เที่ยววิวสวยรอบหัวหิน รีวิวนี้เลยจะมาขยายเรื่อง "จุดชมวิวที่สวยและสูงที่สุดในหัวหิน" ค่ะ จุดชมวิวที่จะพูดถึงต่อจากนี้มาจาก skybar ซึ่งตั้งอยู่บนโรงแรม holiday inn vana nava huahin ถ้าได้ขึ้นไปตอนที่พระอาทิตย์ตก นอกจากจะได้เห็นท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี เห็นแสงระยิบระยับจากตัวเมืองหัวหินทั้งเมือง ยังจะได้เห็นทะเลได้กว้างไกลและภูเขาสูงใหญ่ไปพร้อมกันแบบพาโนราม่า



ในรีวิวนี้จะมี

  1. Vana Nava Sky สกายบาร์ที่มีจุดชมวิวที่สวยและสูงที่สุดในหัวหิน

  2. Holiday Inn Resort Vana Nava รีสอร์ทที่สนุกสนานมีชีวิตชีวา

  3. Vana Nava Water Jungle สวนน้ำที่ไปกี่ทีก็ไม่เบื่อและยังอยากกลับไปซ้ำๆ


 



1️⃣ Vana Nava Sky


วันแรกที่พริมเลือกขึ้นไปชมวิวบนวานานาวาสกาย เป็นวันหนึ่งกลางฤดูฝนที่พยากรณ์อากาศขึ้นรูปพระอาทิตย์สีเหลือง บ่ายวันนั้นุแดดก็จ้าดูดีไปหมด จนกระทั่งถึงตอนเย็นที่สกายบาร์เปิดนั่นแหละ เมฆที่เคยบางๆ มาทั้งวันกลับรวมกลุ่มรวมก้อนแล้วกระหน่ำเป็นสายฝนลงมาเฉยเลย

วิวที่รอมาทั้งวันหายเข้าไปในม่านฝนทันที ขนาดยืนถ่ายจากในตัวบาร์เอง ฝนก็ยังโปรยจนเปียก ทำให้ระเบียงกระจกที่ยื่นออกไปจากตัวอาคารถูกปิดลงเพื่อความปลอดภัย จนกระทั่งฝนเริ่มซา อย่างน้อยก็ได้เห็นแสงไฟในเมืองหัวหินที่ระยิบระยับพอกับหยดน้ำฝนที่เกาะตามระเบียงเลย

  • Sky Deck

  • Mixology Bar

  • Restaurant



 

Sky Deck


สกายบาร์แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 27 ของโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานานาวา หัวหิน ถึงใครไม่ใช่แขกของโรงแรมก็สามารถมาใช้บริการบาร์แห่งนี้ได้ค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการขึ้นมา แต่ก็คือต้องเป็นลูกค้าของบาร์เค้า เพราะแม้แต่แขกของโรงแรมเองยังต้องเปลี่ยนไปขึ้นลิฟท์เฉพาะของบาร์เพื่อไปชั้น 27  อย่างตอนพริมไปดูวิวจากสระว่ายน้ำชั้นที่ 26 จะขึ้นไปอีกชั้นเดียวยังต้องกลับลงไปชั้น 1 ใหม่ แต่พูดได้เลยว่าต่างกันแค่ชั้นเดียว วิวก็ต่างกันมากค่ะ เนื่องจากมันเปิดเห็นวิวคนละด้าน

เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึง จึงกลับมาแก้ตัวใหม่ รอบนี้ลุ้นให้ฝนตกตั้งแต่เช้าเลย เผื่อตอนเย็นฟ้าจะเป็นใจ แล้วก็เป็นดังหวัง จำได้ว่ากดชัตเตอร์ไปเยอะมากช่วงที่แดดยามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทอง เพราะตอนแรกคิดว่านั่นสวยมากแล้ว

แต่พอรออีกซักอึดใจเลยได้รู้ว่าแดดสีทองสู้ตอนที่ทั้งเมืองเปิดไฟสว่างไสวภายใต้ท้องฟ้าสีชมพูไม่ได้เลย ขนาดรู้มาตลอดว่าหัวหินเจริญขนาดไหน แต่พอได้มาดูจากจุดที่สูงที่สุดแบบนี้เลยเพิ่งจะรู้ว่าหัวหินนี่เจริญขนาดที่ทำให้กลางคืนสว่างได้

ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยดวงไฟสีเหลืองระยิบจะถูกขนาบด้วยทะเลทางด้านขวาและภูเขาสลับซับซ้อนทางด้านซ้าย แนวเขาเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรีค่ะ มันจะกลืนไปกับท้องฟ้ายามเย็นจนทำให้ลูกที่อยู่ไกลสุดเห็นเพียงจางๆ


พูดถึงตัว sky deck หรือระเบียงที่พื้นและขอบกั้นเป็นกระจกใสกันบ้าง มันอยู่สูงเหนือพื้นดินกว่าร้อยเมตร ถึงตอนมองลอดลงไปดูสวนน้ำเบื้องล่างจะไม่ได้เสียวอะไร เพราะเห็นมัวๆ แต่ตอนเดินไปเกาะขอบระเบียงที่ก็ใสเหมือนกันนี่ตื่นเต้นดีค่ะ ตอนลมพัดใส่หน้าแรงๆ มันชอบคิดไปเองว่าระเบียงกำลังสั่น 55 ให้ความรู้สึกลอยฟ้าได้ดี


วิวเบื้องหน้าก็เห็นเต็มๆ แบบพาโนราม่า มองแล้วสบายตาสบายใจ ไม่มีอะไรสูงพอจะบดบังวิวของที่นี่ได้เลย ต่างกับจุดชมวิวบนภูเขาลูกอื่นๆ รอบตัวเมืองหัวหินที่มักจะมีต้นไม้ขึ้นบัง คุณจะเห็นวิวได้รอบ เห็นทั้งไฟเมือง ภูเขา และทะเลในฉากเดียว

วานานาวาสกายจึงเป็นจุดชมวิวที่พริมว่าสวยสุดในหัวหินตอนนี้แล้ว

ออกไปถ่ายรูปบนระเบียงลอยฟ้าเสร็จ อย่าลืมกลับเข้ามาถ่ายจากภายในบาร์ด้วยนะคะ เพราะตอนพระอาทิตย์ตก ระเบียงกระจกใสจะกลายเป็นผืนกระจกเงาสะท้อนภาพท้องฟ้าสีชมพูสวยมาก


👉🏼 อย่าลืมจองโต๊ะก่อนขึ้นมานะคะ 032 809 999 หรือ จองออนไลน์ได้ที่นี่ เปิด 17:00 - 24:00 (ยกเว้นวันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เช้าเพราะมี brunch) 👉🏼 ส่วนตัวแนะนำให้ขึ้นไปประมาณห้าโมงครึ่ง จะได้ดูวิวสวยๆ ตั้งแต่ตอนสว่าง มีเวลาซักชั่วโมงก่อนที่พระอาทิตย์จะลับไป แต่จะยังเห็นสีสันบนท้องฟ้าได้ถึงประมาณทุ่มนึงค่ะ



 

Mixology Bar


เมื่อเข้ามาภายในรูฟทอปบาร์เพดานสูงแห่งนี้ เค้าบอกจริงๆ คอนเสปท์ยังคงเป็นท้องทะเลเหมือนตัวโรงแรม แต่ความความทะเลจ๋าๆ ถูกลดทอนลงไปจนพริมเห็นแต่ความหรูหราแบบ Art Deco ทำให้แอบคิดถึง The Great Gatsby ขึ้นมาเลย

พริมว่าบาร์แห่งนี้น่าจะเป็นผลงานออกแบบที่ดูเรียบหรูที่สุดของ Ashley Sutton แล้วก็ได้ ฟังชื่ออาจจะงงว่าใคร แต่ผลงานที่มักจะแฟนตาซีเตะตาชนิดเห็นครั้งเดียวก็ลืมไม่ลงแบบนี้ บอกไปภาพต้องลอยขึ้นมาแน่นอนค่ะ เช่น maggie choo's, the iron fairies หรือ mr.jone's orphanage แต่สำหรับวานานาวาสกาย เค้าคงอยากแบ่งพื้นที่ให้วิวสวยๆที่ล้อมรอบที่นี่อยู่ได้ร่วมเฟรม ภูเขาสูงลูกนี้จึงได้เข้ามามาเป็นฉากหลัง เติมเต็มบาร์ให้สวยสุดๆ

ส่วนการสร้างสรรค์ค็อกเทลก็ไม่พ้นมือ Joseph Baroski เอาจริงคือพริมก็ไม่รู้จักค่ะ 55 รู้แค่เค้าเป็น mixologist ชื่อดังคู่บุญทุกบาร์ของ Ashley Sutton และตามโรงแรมระดับห้าดาวในเมืองใหญ่ ส่วนค็อกเทลที่พริมได้ลองโดดเด่นตั้งแต่วิธีการเสิร์ฟเลย คือ

  • ☀️ Thyme is sunny ค็อกเทลสีเหลืองอ่อนตัวนี้ถูกสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ากับสีสันของท้องฟ้าบนวานานาวาสกาย เสิร์ฟมาภายใต้โดมแก้วที่ครอบอยู่ แล้วอัดควันเข้าไปภายในเหมือนเป็นหมอกที่ไหลวน เมื่อเปิดออกมาควันก็จะสลายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสโมคกี้หอมๆ

เบสของมันเป็นจินที่ดึงเอากลิ่นของหญ้าฝรั่นและดอกเก๊กฮวย (saffron & chrysanthemum) ออกมา แล้วผสมกับมะนาวและน้ำเชื่อมเบซิลไธม์ (basil & thyme) เอาจริงๆ คือนี่เป็นค็อกเทลแก้วแรกในชีวิตค่ะ เมนูเค้าบอกส่วนผสมไว้หมดเลยอธิบายต่อได้ รสหลักมันเปรี้ยวหวานสดชื่น แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นใกลิ่นใบไธม์กับการรมควัน ซึ่งก็น่าจะรู้สึกถูกมั้งคะ เพราะดูสมชื่อดี 'time' is sunny 👉🏼 คลิกเพื่อดูเมนูค็อกเท




 

Vana Nava Sky Restaurant


จริงๆ คืนนี้ตั้งใจจะออกไปหาอะไรกินที่ตลาด แต่สุดท้ายก็ได้มาจบมือเย็นบนสกายบาร์แห่งนี้แทน ซึ่งก็โอเคแฮปปี้มาก จริงๆ อาหารมีทั้งในโซนของบาร์ ซูชิโรล ข้าวซอยอะไรแบบนี้ก็มี แต่มันก็จะมีอีกโซนที่จัดโต๊ะเก้าอี้พร้อมให้นั่งดินเนอร์ ซึ่งเมนูอาหารของโซนนี้จะมีความพรีเมียมมากขึ้น อาหารทุกจานเสิร์ฟด้วยวิธีอลังการอีกแล้ว #ธรรมดาๆขึ้นสกายบาร์ไม่ได้ เช่น เอาเตารีดนาบกับสเต็คบนพีนัทบัตเตอร์ที่ดีคอนฯมาจากแกงมัสมั่น แต่ที่ชอบที่สุด คือ

  • 🔥 สลัดที่ลุกเป็นไฟ คนเสิร์ฟจะราดวอดก้าจากด้านบน ผ่านหอยเชลล์ย่างสามตัวที่เสียบอยู่แล้วไหลลงมายังสลัดผักด้านล่าง ระหว่างนั้นก็จะจุดไฟไปด้วย เมื่อเปลวไฟเจอกับเชื้อเพลิงชั้นดีอย่างวอดก้าก็ลุกพรึ่บพรั่บ กว่าไฟจะดับ หอยเชลล์ก็ขึ้นสีนิดๆ กำลังน่ากิน ตัวสลัดด้านล่างรสชาติเปรี้ยวหวานค่ะ เบสน่าจะประมาณเวเนการ์ที่หอมผลไม้อะไรซักอย่าง มีโรยทับทิมและสตรอเบอร์รี่สด ก่อนจะกินกับหอยเชลล์ที่หวานอร่อย แต่สำหรับคนไม่กินแอลกอฮอล์ จานนี้ร้อนซู่ขึ้นหน้าทุกคำเลยค่ะ




 

2️⃣ Holiday Inn Vana Nava Hotel


ถึงจะไม่ได้อยู่บนเส้นหัวหินที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ตัวโรงแรมก็ไม่ได้ห่างไกลเลย เพียงขึ้นสะพานไปทางปราณบุรี ลงแล้วชิดซ้ายก็ถึงเลยค่ะ อยู่ถัดไปจากสวนน้ำ แต่สงสัยคนเที่ยวสวนน้ำจะหลงไปทางโรงแรมบ่อยหรือไม่ก็เพื่อความปลอดภัยที่เป็นพิเศษ ยามแทบทุกคนที่เจอเลยให้เปิดกระจกแล้วถามทุกครั้งว่า "มาทำไมครับ" หรือ "จะมาทำอะไรครับ" หนักสุดคือ "เป็นพนักงานหรอครับถึงมาคนเดียว" ...ถามจนอยากเลี้ยวไปสวนน้ำแทนเลยค่ะ ถ้าเปลี่ยนวิธีพูดให้ดูอยากต้อนรับกว่านี้คงดีมาก



 

บรรยากาศ


ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปในโถงชั้นล่างสุด รู้สึกได้เลยว่าการออกแบบพยายามสื่อสารให้เรารับรู้ว่าที่นี่จะต้องสนุกสนาน มีชีวิตชีวา จากทั้งสีสันและรูปทรงของผนังเอย โคมไฟ หรือเฟอร์นิเจอร์เอย

แต่ตามสเปซใหญ่ๆ สีสันจะไม่ได้มากเกินไปจนเห็นแล้วเหนื่อย มันยังให้ความรู้สึกสบายๆ จากทั้งวัสดุตกแต่งหลักที่เป็นไม้สีอ่อน หรือล็อบบี้ที่ออกแบบเพดานให้สูงโปร่งแล้วกรุกระจกใสจนเห็นวิวและรับแสงธรรมชาติแบบเต็มๆ น่าจะลามไปจนถึงชุดพนักงานด้วยค่ะ เห็นเป็นมัดย้อมครามดูทะเลๆ สบายๆ ดี โดยรวมแล้วเป็นโรงแรมที่งานออกแบบให้ความรู้สึกชัดเจนมาก



 

เชคอิน


ที่นี่เป็นโรงแรมที่จำนวนห้องเยอะมากก เยอะจนมองมาจากที่ไกลๆ เห็นตึกสูงใหญ่ก็ไม่คิดว่าโรงแรมจะเต็มได้ แต่บางครั้งวันธรรมดาก็เต็มนะคะ

เมื่อเราขึ้นลิฟท์มาเชคอินที่ล็อบบี้ชั้นบน เคาน์เตอร์เชคอินไม่ได้ใหญ่มาก แต่พอดีตอนไปไม่มีคน เลยรวดเร็วมากค่ะ เมื่อเชคอินแล้วเราจะได้สายยางเหมือนนาฬิกามาใช้เข้าห้องและเข้าสวนน้ำได้ ส่วนตัวว่ามันสะดวกมากเวลาเล่นสวนน้ำแล้วแตะขึ้นห้องได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเปิดกระเป๋าหาการ์ด แต่อาจจะลำบากตอนที่ลิฟท์คนแน่นๆ เพราะต้องผลัดกันถอยหลบเพื่อให้ทุกคนยกริสท์แบนด์ขึ้นมาแตะ


 

ห้องพัก


ห้องพักคืนนี้เป็นห้อง Ocean View Room ที่สะอาดและดูใหม่มากค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องตอนกลางวันจะดูโมเดิร์น สบายๆ หน่อย ด้วยวัสดุไม้สีอ่อนกับผนังและม่านสีเรียบ แต่พอตกกลางคืนปิดม่านเปิดไฟเท่านั้นแหละ บรรยากาศเปลี่ยนเลยค่ะ ห้องสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีด้วยสีส้มปะการัง

เตียงนอนหนานุ่มนอนสบายเหมือนเดิม มีโซฟาเลิฟซีทและชุดโต๊ะเก้าอี้ทำงานให้ด้วยส่วนห้องน้ำเป็นแบบวอล์คอิน กรุกระเบื้องสีเขียวน้ำทะเลเหมือนเกล็ดปลา พริมชอบสกีมสีโดยรวมของห้องเมื่อเปิดบานเลื่อนที่เชื่อมห้องน้ำกับห้องนอนออก ช่องนี้เดินทะลุไม่ได้นะคะ แต่มุดได้ 55

วิวห้องพักพริมหันออกทะเล ถึงมองไม่เห็นหาดทราย แต่ก็มองทะเลได้กว้างๆ เห็นไปถึงเขาตะเกียบเลย นั่งมองท้องฟ้าที่สดใสได้อยู่แป๊บเดียว ฝนก็เทลงมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว




 

สระว่ายน้ำและทะเล


สระว่ายน้ำที่นี่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่เป็นอินฟินิตี้พูลที่ยาวขนานไปกับตัวอาคารและฝั่งทะเล ตอนเย็นๆ เด็กๆ จะมาเล่นน้ำเยอะเลยค่ะ เพราะมีสไลเดอร์เล็กๆ ด้วย แต่ถึงไม่เล่นน้ำก็ขึ้นมานอนดูวิวบนนี้ได้ มันจะเป็นวิวที่เน้นทางทะเลมากกว่า คนละแบบกับสกายบาร์ค่ะ


สีเทาลางๆ ในสายฝนคือผืนทะเล ซึ่งไม่น่าจะมองเห็นกัน 55 ตอนแรกก็เสียดายที่เย็นนั้นฝนตก แต่ก็ฟุ้งละมุนสวยไปอีกแบบ

ถ้าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเล ให้ขึ้นมาที่ชั้นสระว่ายน้ำ  แต่ถ้าอยากดูพระอาทิตย์ตกสวยๆ ให้ขึ้นไปที่สกายบาร์ค่ะ

ส่วนถ้าต้องการเล่นน้ำทะเลหรือเดินชายหาด ทางโรงแรมก็มีรถบริการพาไปบีชคลับของเขาด้วย ชื่อ Le Colonial Beach Club ตั้งอยู่ทำเลดีตรงข้ามเดอะมาร์เก็ตเลย ที่นั่นจะมีสระว่ายน้ำติดทะเล ห้องเปลี่ยนชุด ห้องอาบน้ำ รวมถึงห้องอาหารด้วย

 

อาหารเช้า


อาหารเช้ามีหลากหลายดี มียันข้าวญี่ปุ่นให้เลือกกินด้วย จบของคาวก็ยังมีของหวาน เช่น เครปซูเซทหรือเฟรนช์โทสท์ กินกับไอศครีมก็ได้ เพิ่งเคยเห็นไลน์อาหารเช้ามีไอศครีมหลายรสให้เลือก


👉🏼 ถึงเป็นวันธรรมดาก็แนะนำเลยว่าให้ไปเช้าๆ อย่างน้อยไปก่อน 8 โมงครึ่งจะดีค่ะ เข้าใจแหละว่ามาทะเลใครก็อยากพักผ่อนนอนตื่นสาย แต่หลัง 9 โมงแถวรอโต๊ะจะยาวไปจนสุดโถงลิฟท์ รอโต๊ะนานเลยค่ะ อาจเพราะวันนั้นแขกเต็มเกือบทุกห้องด้วย แล้วห้องอาหารก็ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของโรงแรม เลยเป็นเช้าที่ค่อนข้างวุ่นวายอยู่สักหน่อย


 

Vana Nava Water Jungle


ที่ชอบที่สุดของโรงแรมนี้ คือในราคาเท่านี้ สามารถเข้าสวนน้ำได้ฟรีแบบอันลิมิท แค่ออกจากห้องพักลงลิฟท์มา เดินไม่กี่ก้าวก็เข้าสวนน้ำผ่านทางเข้าเฉพาะสำหรับลูกค้าโรงแรมได้แล้ว และถ้าไม่อยากอาบในห้องน้ำของสวนน้ำ ต้องการห้องน้ำที่กว้างขวางสะดวกสบายกว่า ก็ข้ามกลับมาอาบที่ห้องน้ำของโรงแรมได้ค่ะ มีให้บริการที่ชั้นล็อบบี้ด้วย


หลายคนอาจคิดว่าตัวเองเลยวัยสวนน้ำมาแล้ว แต่อยากให้มาลองเองมากๆ เพราะเครื่องเล่นเค้าตื่นเต้นทุกอันจริงๆ มันสนุกมาก แถมสไลด์ลงมาแต่ละครั้งคือลืมทุกอย่างที่อยู่ข้างหลัง ปลดปล่อยทุกความเครียดออกไปได้ในสไลด์เดียว พริมไป 3-4 ครั้งแล้วก็ยังไม่เบื่อเลย รู้สึกการจัดการมันดีขึ้นในทุกครั้งที่ไป ต้นไม้ก็ใหญ่โตร่มรื่นขึ้นรื่อยๆ สมเป็น water jungle


👉🏼 แนะนำให้ลองไปหน้าฝน เวลาฝนปรอยๆ มันเย็นสบายมีแรงเล่นได้ทั้งวัน ถ้าไปหน้าร้อนรู้สึกเหนื่อยเร็ว เล่นไม่คุ้ม 55 ที่สำคัญต้องไปตั้งแต่เปิด คนน้อยดีไม่ต้องต่อแถวเลย



 

จากที่ได้ลองพักหนึ่งคืน พริมว่าฮอลิเดย์อินน์วานานาวา เหมาะสุดสำหรับ :

  • คนที่อยากมาเล่นสวนน้ำ เพราะถ้าซื้อบัตรเข้าสวนน้ำเอง 1 วัน 2 ท่านจะราคา 2400 บาท แต่ถ้าคุณจองห้องพักที่นี่ มันจะมาพร้อมกับการได้เข้าสวนน้ำฟรี 2 วันค่ะ (วันเชคอินและเชคเอาท์) แล้วราคาห้องพักก็เริ่มต้นที่ 3200 บาทเท่านั้นเอง* (พริมเพิ่งลองเสิร์ชเมื่อกี๊ที่ เว็บโรงแรม )

  • คนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานอนดูวิวทะเลจากมุมสูง แล้วยังมีชั้นบนๆ อย่างสระว่ายน้ำและสกายบาร์ที่เห็นวิวได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตกเลย ส่วนตัวพริมก็ชอบดูและถ่ายรูปทะเลจากมุมสูง เพราะเวลาเห็นภาพกว้างๆ มันรู้สึกธรรมชาติยิ่งใหญ่ดี

  • คนที่อยากได้บรรยากาศสนุกๆ มีสีสัน แอคทีฟ ชอบกิจกรรม ทำวันหยุดให้มีชีวิตชีวา เพราะนอกจากจะมีสวนน้ำที่ดีมากๆ แล้ว ยังมีห้องยิมขนาดใหญ่ และสามารถเข้า ทรูอารีน่า สปอร์ตคอมเพลกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในหัวหิน

  • ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะสระว่ายน้ำมีสระเด็ก และยังมีห้องสำหรับเด็กเล่นที่ใหญ่โต มีกระทั่งเครื่องเล่นให้ปีนป่ายและบ่อบอล (เหมือนสวนสนุกเด็กในห้าง) ตอนพริมเข้าไปดูก็เห็นเด็กๆ กำลังร่วมกิจกรรมระบายสีปูนปลาสเตอร์กันอยู่ เค้ามีเจ้าหน้าที่หลายท่านอยู่ประจำห้องช่วยดูเด็กด้วยค่ะ คุณแม่จะแวบไปเข้าสปาหรือคุณพ่อจะแวบไปออกกำลังกายก็ยังได้ ตึกนี้มีหมด

👉🏼 จองห้องพัก คลิกที่นี่



ทำเลที่ตั้ง ★★★★★

การตกแต่ง ★★★★★

ความสะดวกสบาย ★★★★★

ความสะอาด ★★★★★

การบริการ ★★★★

อาหารเช้า ★★★★


Comments