HUAHIN : Holiday Inn Vana Nava วิวที่สวยและสูงสุดในหัวหิน



จากรีวิว 10 ที่เที่ยววิวสวยรอบหัวหิน รีวิวนี้เลยจะมาขยายเรื่อง "จุดชมวิวที่สวยและสูงที่สุดในหัวหิน" ค่ะ จุดชมวิวที่จะพูดถึงต่อจากนี้มาจาก skybar ซึ่งตั้งอยู่บนโรงแรม holiday inn vana nava huahin ถ้าได้ขึ้นไปตอนที่พระอาทิตย์ตก นอกจากจะได้เห็นท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี เห็นแสงระยิบระยับจากตัวเมืองหัวหินทั้งเมือง ยังจะได้เห็นทะเลได้กว้างไกลและภูเขาสูงใหญ่ไปพร้อมกันแบบพาโนราม่า



ในรีวิวนี้จะมี

  1. Vana Nava Sky สกายบาร์ที่มีจุดชมวิวที่สวยและสูงที่สุดในหัวหิน

  2. Holiday Inn Resort Vana Nava รีสอร์ทที่สนุกสนานมีชีวิตชีวา

  3. Vana Nava Water Jungle สวนน้ำที่ไปกี่ทีก็ไม่เบื่อและยังอยากกลับไปซ้ำๆ


 



1️⃣ Vana Nava Sky


วันแรกที่พริมเลือกขึ้นไปชมวิวบนวานานาวาสกาย เป็นวันหนึ่งกลางฤดูฝนที่พยากรณ์อากาศขึ้นรูปพระอาทิตย์สีเหลือง บ่ายวันนั้นุแดดก็จ้าดูดีไปหมด จนกระทั่งถึงตอนเย็นที่สกายบาร์เปิดนั่นแหละ เมฆที่เคยบางๆ มาทั้งวันกลับรวมกลุ่มรวมก้อนแล้วกระหน่ำเป็นสายฝนลงมาเฉยเลย

วิวที่รอมาทั้งวันหายเข้าไปในม่านฝนทันที ขนาดยืนถ่ายจากในตัวบาร์เอง ฝนก็ยังโปรยจนเปียก ทำให้ระเบียงกระจกที่ยื่นออกไปจากตัวอาคารถูกปิดลงเพื่อความปลอดภัย จนกระทั่งฝนเริ่มซา อย่างน้อยก็ได้เห็นแสงไฟในเมืองหัวหินที่ระยิบระยับพอกับหยดน้ำฝนที่เกาะตามระเบียงเลย

  • Sky Deck

  • Mixology Bar

  • Restaurant



 

Sky Deck


สกายบาร์แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 27 ของโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานานาวา หัวหิน ถึงใครไม่ใช่แขกของโรงแรมก็สามารถมาใช้บริการบาร์แห่งนี้ได้ค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการขึ้นมา แต่ก็คือต้องเป็นลูกค้าของบาร์เค้า เพราะแม้แต่แขกของโรงแรมเองยังต้องเปลี่ยนไปขึ้นลิฟท์เฉพาะของบาร์เพื่อไปชั้น 27  อย่างตอนพริมไปดูวิวจากสระว่ายน้ำชั้นที่ 26 จะขึ้นไปอีกชั้นเดียวยังต้องกลับลงไปชั้น 1 ใหม่ แต่พูดได้เลยว่าต่างกันแค่ชั้นเดียว วิวก็ต่างกันมากค่ะ เนื่องจากมันเปิดเห็นวิวคนละด้าน

เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึง จึงกลับมาแก้ตัวใหม่ รอบนี้ลุ้นให้ฝนตกตั้งแต่เช้าเลย เผื่อตอนเย็นฟ้าจะเป็นใจ แล้วก็เป็นดังหวัง จำได้ว่ากดชัตเตอร์ไปเยอะมากช่วงที่แดดยามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทอง เพราะตอนแรกคิดว่านั่นสวยมากแล้ว

แต่พอรออีกซักอึดใจเลยได้รู้ว่าแดดสีทองสู้ตอนที่ทั้งเมืองเปิดไฟสว่างไสวภายใต้ท้องฟ้าสีชมพูไม่ได้เลย ขนาดรู้มาตลอดว่าหัวหินเจริญขนาดไหน แต่พอได้มาดูจากจุดที่สูงที่สุดแบบนี้เลยเพิ่งจะรู้ว่าหัวหินนี่เจริญขนาดที่ทำให้กลางคืนสว่างได้

ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยดวงไฟสีเหลืองระยิบจะถูกขนาบด้วยทะเลทางด้านขวาและภูเขาสลับซับซ้อนทางด้านซ้าย แนวเขาเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรีค่ะ มันจะกลืนไปกับท้องฟ้ายามเย็นจนทำให้ลูกที่อยู่ไกลสุดเห็นเพียงจางๆ


พูดถึงตัว sky deck หรือระเบียงที่พื้นและขอบกั้นเป็นกระจกใสกันบ้าง มันอยู่สูงเหนือพื้นดินกว่าร้อยเมตร ถึงตอนมองลอดลงไปดูสวนน้ำเบื้องล่างจะไม่ได้เสียวอะไร เพราะเห็นมัวๆ แต่ตอนเดินไปเกาะขอบระเบียงที่ก็ใสเหมือนกันนี่ตื่นเต้นดีค่ะ ตอนลมพัดใส่หน้าแรงๆ มันชอบคิดไปเองว่าระเบียงกำลังสั่น 55 ให้ความรู้สึกลอยฟ้าได้ดี


วิวเบื้องหน้าก็เห็นเต็มๆ แบบพาโนราม่า มองแล้วสบายตาสบายใจ ไม่มีอะไรสูงพอจะบดบังวิวของที่นี่ได้เลย ต่างกับจุดชมวิวบนภูเขาลูกอื่นๆ รอบตัวเมืองหัวหินที่มักจะมีต้นไม้ขึ้นบัง คุณจะเห็นวิวได้รอบ เห็นทั้งไฟเมือง ภูเขา และทะเลในฉากเดียว

วานานาวาสกายจึงเป็นจุดชมวิวที่พริมว่าสวยสุดในหัวหินตอนนี้แล้ว

ออกไปถ่ายรูปบนระเบียงลอยฟ้าเสร็จ อย่าลืมกลับเข้ามาถ่ายจากภายในบาร์ด้วยนะคะ เพราะตอนพระอาทิตย์ตก ระเบียงกระจกใสจะกลายเป็นผืนกระจกเงาสะท้อนภาพท้องฟ้าสีชมพูสวยมาก


👉🏼 อย่าลืมจองโต๊ะก่อนขึ้นมานะคะ 032 809 999 หรือ จองออนไลน์ได้ที่นี่ เปิด 17:00 - 24:00 (ยกเว้นวันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เช้าเพราะมี brunch) 👉🏼 ส่วนตัวแนะนำให้ขึ้นไปประมาณห้าโมงครึ่ง จะได้ดูวิวสวยๆ ตั้งแต่ตอนสว่าง มีเวลาซักชั่วโมงก่อนที่พระอาทิตย์จะลับไป แต่จะยังเห็นสีสันบนท้องฟ้าได้ถึงประมาณทุ่มนึงค่ะ



 

Mixology Bar


เมื่อเข้ามาภายในรูฟทอปบาร์เพดานสูงแห่งนี้ เค้าบอกจริงๆ คอนเสปท์ยังคงเป็นท้องทะเลเหมือนตัวโรงแรม แต่ความความทะเลจ๋าๆ ถูกลดทอนลงไปจนพริมเห็นแต่ความหรูหราแบบ Art Deco ทำให้แอบคิดถึง The Great Gatsby ขึ้นมาเลย

พริมว่าบาร์แห่งนี้น่าจะเป็นผลงานออกแบบที่ดูเรียบหรูที่สุดของ Ashley Sutton แล้วก็ได้ ฟังชื่ออาจจะงงว่าใคร แต่ผลงานที่มักจะแฟนตาซีเตะตาชนิดเห็นครั้งเดียวก็ลืมไม่ลงแบบนี้ บอกไปภาพต้องลอยขึ้นมาแน่นอนค่ะ เช่น maggie choo's, the iron fairies หรือ mr.jone's orphanage แต่สำหรับวานานาวาสกาย เค้าคงอยากแบ่งพื้นที่ให้วิวสวยๆที่ล้อมรอบที่นี่อยู่ได้ร่วมเฟรม ภูเขาสูงลูกนี้จึงได้เข้ามามาเป็นฉากหลัง เติมเต็มบาร์ให้สวยสุดๆ

ส่วนการสร้างสรรค์ค็อกเทลก็ไม่พ้นมือ Joseph Baroski เอาจริงคือพริมก็ไม่รู้จักค่ะ 55 รู้แค่เค้าเป็น mixologist ชื่อดังคู่บุญทุกบาร์ของ Ashley Sutton และตามโรงแรมระดับห้าดาวในเมืองใหญ่ ส่วนค็อกเทลที่พริมได้ลองโดดเด่นตั้งแต่วิธีการเสิร์ฟเลย คือ

  • ☀️ Thyme is sunny ค็อกเทลสีเหลืองอ่อนตัวนี้ถูกสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ากับสีสันของท้องฟ้าบนวานานาวาสกาย เสิร์ฟมาภายใต้โดมแก้วที่ครอบอยู่ แล้วอัดควันเข้าไปภายในเหมือนเป็นหมอกที่ไหลวน เมื่อเปิดออกมาควันก็จะสลายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสโมคกี้หอมๆ

เบสของมันเป็นจินที่ดึงเอากลิ่นของหญ้าฝรั่นและดอกเก๊กฮวย (saffron & chrysanthemum) ออกมา แล้วผสมกับมะนาวและน้ำเชื่อมเบซิลไธม์ (basil & thyme) เอาจริงๆ คือนี่เป็นค็อกเทลแก้วแรกในชีวิตค่ะ เมนูเค้าบอกส่วนผสมไว้หมดเลยอธิบายต่อได้ รสหลักมันเปรี้ยวหวานสดชื่น แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นใกลิ่นใบไธม์กับการรมควัน ซึ่งก็น่าจะรู้สึกถูกมั้งคะ เพราะดูสมชื่อดี 'time' is sunny 👉🏼 คลิกเพื่อดูเมนูค็อกเท




 

Vana Nava Sky Restaurant


จริงๆ คืนนี้ตั้งใจจะออกไปหาอะไรกินที่ตลาด แต่สุดท้ายก็ได้มาจบมือเย็นบนสกายบาร์แห่งนี้แทน ซึ่งก็โอเคแฮปปี้มาก จริงๆ อาหารมีทั้งในโซนของบาร์ ซูชิโรล ข้าวซอยอะไรแบบนี้ก็มี แต่มันก็จะมีอีกโซนที่จัดโต๊ะเก้าอี้พร้อมให้นั่งดินเนอร์ ซึ่งเมนูอาหารของโซนนี้จะมีความพรีเมียมมากขึ้น อาหารทุกจานเสิร์ฟด้วยวิธีอลังการอีกแล้ว #ธรรมดาๆขึ้นสกายบาร์ไม่ได้ เช่น เอาเตารีดนาบกับสเต็คบนพีนัทบัตเตอร์ที่ดีคอนฯมาจากแกงมัสมั่น แต่ที่ชอบที่สุด คือ

  • 🔥 สลัดที่ลุกเป็นไฟ คนเสิร์ฟจะราดวอดก้าจากด้านบน ผ่านหอยเชลล์ย่างสามตัวที่เสียบอยู่แล้วไหลลงมายังสลัดผักด้านล่าง ระหว่างนั้นก็จะจุดไฟไปด้วย เมื่อเปลวไฟเจอกับเชื้อเพลิงชั้นดีอย่างวอดก้าก็ลุกพรึ่บพรั่บ กว่าไฟจะดับ หอยเชลล์ก็ขึ้นสีนิดๆ กำลังน่ากิน ตัวสลัดด้านล่างรสชาติเปรี้ยวหวานค่ะ เบสน่าจะประมาณเวเนการ์ที่หอมผลไม้อะไรซักอย่าง มีโรยทับทิมและสตรอเบอร์รี่สด ก่อนจะกินกับหอยเชลล์ที่หวานอร่อย แต่สำหรับคนไม่กินแอลกอฮอล์ จานนี้ร้อนซู่ขึ้นหน้าทุกคำเลยค่ะ




 

2️⃣ Holiday Inn Vana Nava Hotel


ถึงจะไม่ได้อยู่บนเส้นหัวหินที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ตัวโรงแรมก็ไม่ได้ห่างไกลเลย เพียงขึ้นสะพานไปทางปราณบุรี ลงแล้วชิดซ้ายก็ถึงเลยค่ะ อยู่ถัดไปจากสวนน้ำ แต่สงสัยคนเที่ยวสวนน้ำจะหลงไปทางโรงแรมบ่อยหรือไม่ก็เพื่อความปลอดภัยที่เป็นพิเศษ ยามแทบทุกคนที่เจอเลยให้เปิดกระจกแล้วถามทุกครั้งว่า "มาทำไมครับ" หรือ "จะมาทำอะไรครับ" หนักสุดคือ "เป็นพนักงานหรอครับถึงมาคนเดียว" ...ถามจนอยากเลี้ยวไปสวนน้ำแทนเลยค่ะ ถ้าเปลี่ยนวิธีพูดให้ดูอยากต้อนรับกว่านี้คงดีมาก