CANADIAN ROCKIES banff :9ทะเลสาบริมป่าสนบนภูเขาหิมะ

Updated: May 17, 2020



ในทุกๆ ไมล์ที่รถเคลื่อนไปในอุทยาน นอกหน้าต่างจะมีแต่ภาพวิวทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่และงดงามเสมอ เต็มไปด้วยทะเลสาบสีฟ้าสด สีมรกต และสีเทอร์ควอยซ์จากธารน้ำแข็ง มีภูเขาหิมะและป่าสนสีเขียวเข้มสลับกับต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี


ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนยกแคเนเดียนร็อกกี้ (Canadian Rockies) ให้เป็นหนึ่งในเส้นทางโร้ดทริปที่สวยที่สุดในโลก ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ในประเทศที่กว้างใหญ่และผู้คนที่ยิ้มแย้มทำให้เผลอตกหลุมรักแคนาดาได้ไม่ยากเลย จำได้ว่าตัวเองเห็นรูปเทือกเขาร็อกกี้ในแคนาดาครั้งแรกก็เมื่อสมัยเรียนมัธยม หลังจากวันนั้นมันก็อยู่ในอันดับต้นๆ ของลิสท์ที่เที่ยวที่อยากไปมาตลอด แต่กว่าจะได้มาจริงๆ ก็รอเป็นสิบกว่าปีเลยค่ะ


ทริปนี้ทั้งทริป เรียกว่ามีแต่ขับรถเลาะไปตามแนวเทือกเขาร็อกกี้ทั้งฝั่งแคนาดาและอเมริกา โดยแบ่งเป็นการเที่ยวฝั่งแคนาดาก่อน 7 วัน (ซึ่งจะเล่าในครั้งนี้) แล้วข้ามไปเที่ยวต่อฝั่งอเมริกาอีก 8 วัน (เดี๋ยวไว้เล่าต่อในตอนหน้านะคะ หลักๆ คือ Yellowstone อุทยานเดียวในอเมริกาที่อยากไป)



 

Vancouver


หลังจากการเดินทางกว่า 33 ชั่วโมง เพราะพริมเลือกบิน ANA เพื่อทรานสิทโตเกียว จะได้หาเรื่องกินช้อปแบบเช้าจรดเย็น ในที่สุดก็มาถึงแคนาดาสักที สนามบินแห่งเมืองแวนคูเวอร์ (Vancouver) นี้มีตัวย่อว่า YVR เห็นแล้วชอบ ...why we are... นี่เป็นเมืองใหญ่โตอันดับต้นๆ ของแคนาดาก็จริง แต่สนามบินกลับไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย แต่การจัดการดีทุกอย่าง มีตู้อัติโนมัติหลายร้อยตู้เพื่อให้ทุกคนทำเรื่องผ่านเข้าเมืองได้ด้วยตัวเองในเวลาสั้นๆ ไม่ต้องเข้าคิวเลยค่ะ แถมประเทศนี้ใจดีแจกวีซ่าเต็มอายุพาสปอร์ตด้วย พอเสร็จออกมากระเป๋าเดินทางก็หมุนมารอเราแล้ว ไม่เคยใช้เวลาที่สนามบินไหนน้อยขนาดนี้มาก่อนเลย


ที่พักในแวนคูเวอร์นี่แพงเหลือเกิน เตียงสองชั้นในห้องอับๆ ที่ได้มายังปาไปหลายพัน แต่แรกตามแผนคือมาถึงก็เริ่มเที่ยวเมืองเลย แต่ไม่รู้ว่าเพราะนั่งเครื่องบินนานไป หรือเพราะเดินมาราธอนเที่ยวโตเกียว 16 ชั่วโมงไม่ได้พัก ตอนนี้ข้อเท้าทั้งสองข้างเลยบวมซะจนแทบยัดกลับเข้าไปในรองเท้าอีกไม่ได้ วันนี้เลยได้แต่นอนเล่นอยู่บนเตียง นอนกินพิซซ่าอร่อยๆ ด้วย อาหารที่หาได้ทุกหัวมุมถนนและถูกที่สุดในเมืองน่าจะเป็นพิซซ่านี่แหละค่ะ


แวนคูเวอร์เป็นเมืองน่าอยู่มากกว่าน่าเที่ยวนะสำหรับพริม มันเต็มไปด้วยสวนสาธารณะใหญ่ๆ ที่แทบจะเป็นป่าขนาดย่อมๆ ถนนหนทางกว้างขวาง เดินสบาย รถน้อย อากาศดี เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อข้อเท้ายุบลงนิดหน่อย เลยมีโอกาสเดินสำรวจเมืองและไปเที่ยวสวนสาธารณะชื่อดัง ...

แล้วเย็นนั้นก็บินจากแวนคูเวอร์สู่เมืองคาลการี (Calgary) เมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้เทือกเขาร็อกกี้ที่สุด เพราะจะเช่ารถที่เมืองนี้เพื่อเริ่มต้นโร้ดทริปค่ะ จริงๆ ถ้าใครมีเวลาเยอะ อยากแนะนำให้ขับจากแวนคูเวอร์มาเลย เพราะตามรายทางยังมีอุทยานอื่นๆ รอให้แวะอีกเพียบ

 



Canadian Rockies


คือ กลุ่มเทือกเขาร็อกกี้ฝั่งแคนาดาที่ตั้งอยู่ระหว่างรัฐ Alberta และ British Columbia ภายในมีอุทยานสวยๆ รวมกันอยู่ถึง 5 อุทยาน แต่ทริปนี้พริมเลือกเที่ยวแค่ 3 อุทยานแรกก่อนค่ะ


  • Banff แบนฟ์

  • Yoho โยโฮ

  • Jasper แจสเปอร์

  • Kootenay คูเทเนย์

  • Waterton วอเทอร์ทัน


การขับรถเที่ยวเองถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเที่ยวที่นี่ พริมวางแผนมาแค่ 4 วันสำหรับโซนอุทยานของแคนาดา เพราะคิดว่าครอบคลุมที่เที่ยวที่อยากไปหมดแล้ว แต่ละวันวางไว้หลวมๆ แล้วนะ แต่พอเจอความสวยของที่นี่เข้าไป แผนเที่ยวที่มีก็รวนหมด ดังนั้นอยากแนะนำว่าควรเผื่อเวลาลงไปเยอะๆ นะคะ เพราะนอกจากจุดหมายที่ปักหมุดว่าต้องไป ระหว่างทางยังเต็มไปด้วยวิวสวยๆ และทะเลสาบที่เยอะซะจนเหนื่อยจะจำชื่อ แถมบางครั้งคุณต้องอยากจอดแวะชมวิวข้างทางแม้จุดนั้นจะไม่ได้มีชื่อมีป้ายอะไรเลยด้วยแน่ๆ


เนื่องจากเที่ยวแค่ 4 วัน 4 คืนแต่รูปและเรื่องเยอะมหาศาล จึงขอแบ่งเป็น 3 ตอนตามลำดับการเที่ยวนะคะ และถ้ามีโอกาสจะมารีวิวพวกวิธีเที่ยวว่าแพลนทริปนี้ยังไง ใช้งบเท่าไหร่ ไปเมื่อไหร่ดี ที่พัก ที่กิน และทริคต่างๆ อีกทีค่ะ


  1. Banff: Lake Minnewanka

  2. Banff: Gondola

  3. Banff: Lake Louise

  4. Banff: Moraine Lake

  5. Yoho: Lake Emerald

  6. Banff: Bow Lake

  7. Banff: Peyto Lake

  8. Banff: Waterfowl Lake

  9. Jasper: Malinge Lake

  10. Jasper: Medicine Lake

  11. Jaspe: Columbia Icefield

  12. Jasper: Icefield Skywalk


เมื่อรถแล่นมาถึงเขตอุทยาน ก็จะเจอกับป้อมขายบัตรที่ตั้งเรียงกันไปเหมือนบนทางด่วน พริมเลือกซื้อบัตรผ่านเข้าเขตอุทยานแบบ 4 วันและรับแผนที่แจกฟรีมา เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เจอภายในอุทยานล้วนเป็นคนวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ยิ้มแย้ม แอคทีฟ มีชีวิตชีวา มีความสุข และดูสนุกกับงานในอุทยานอยู่ไม่น้อย แปลก เที่ยวอุทยานมาก็หลายประเทศไม่เคยเจอฟีลนี้เลยค่ะ มันทำให้ยิ่งอยากรู้ว่าอุทยานแคนาดา หรือ Parc Canada มีดีอะไร







 

Banff: Lake Minnewanka

 

ในบรรรดาหลายร้อยทะเลสาบที่กระจายอยู่ทั่วอุทยานแบนฟ์ ทะเลสาบมินนีวองก้า (Lake Minnewanka) คือที่แรกที่พริมแวะเที่ยว ชื่อของมันในภาษาชนเผ่าพื้นเมืองแคนาดามีความหมายว่า "water of spirits" ...สายน้ำแห่งจิตวิญญาณ

แดดยามบ่ายไม่ได้แรงนักเพราะบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆ เดี๋ยวแดด เดี๋ยวครึ้ม ทำให้สีของน้ำในทะเลสาบเปลี่ยนไปมาเป็นสีมรกตบ้าง สีน้ำเงินเข้มบ้าง ตามอารมณ์ของแดด ริมฝั่งมีท่าเทียบเรือลอยน้ำยื่นลงมา ทั้งใช้นั่งเล่นชมวิวและลงเรือพายแคนู แต่ทะเลสาบแรกนี้เราแค่จะมาล่องเรือค่ะ ไว้ไปแคนูกันอีกทีที่อีกทะเลสาบ

พริมได้คิวล่องเรือในรอบบ่าย หลังจากซื้อ ตั๋วชุดคอมโบ ultimate explorer ของ Pursuit ซึ่งทำให้หลายๆ กิจกรรมในแคนาเดียนร็อกกี้นี้ถูกลง เช่นการล่องเรือ การขึ้นกอนโดล่า การขึ้นไปเดินเล่นบนทุ่งน้ำแข็ง


เมื่อถึงเวลาของเราและทุกคนลงเรือเรียบร้อย ไกด์ก็จะบรรยายไปเรื่อยๆ ถึงความเก่าแก่ของมินีวองก้า เคยมีนักสำรวจค้นพบเครื่องมือหินกะเทาะจากยุคหินเข้าที่นี่ด้วย พวกเค้าเอามาสำรวจศึกษา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เอาเข้าพิพิธภัณฑ์แต่ตั้งใจคืนกลับธรรมชาติไป รวมถึงเล่าเรื่องสัตว์ป่าไปเรื่อยๆ จนทำให้พริมเลิกสนใจมองน้ำ แต่เริ่มมองสูงขึ้นไปบนภูเขาแทน หวังจะได้เจอหมีกริซลี่หรือแพะภูเขาสักตัว

บนเรือหนาวอย่างถึงที่สุด อากาศเลขตัวเดียวเมื่อยืนบนฝั่งดูธรรมดาสบายๆ แต่พอเรือพาแล่นเข้าไปในทะเลสาบที่มีภูเขาสูงขนาบข้าง มันกลับหนาวจนสั่น จนต้องหดเท้าขึ้นมานั่งขัดสมาธิเพราะมือเท้าชาไปหมด หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่รอบลำเรือไม่ได้ช่วยกันลมเท่าไหร่ แต่ก็ยังโชคดีกว่านักท่องเที่ยวบางคนที่เข้ามาจับจองที่นั่งด้านในไม่ทัน เพราะต้องออกไปนั่งท้ายเรือ เห็นห่มเสื้อกันหลายชั้นและนั่งก้มหน้ากอดกันกลมไม่ดูวิวอีกเลย

เลคมินนีวองก้ามีรูปร่างที่ยาวๆ แคบๆ เลยให้ความรู้สึกเหมือนกำลังล่องเข้าไปในฟยอร์ดมากกว่าจะเป็นทะเลสาบกว้างๆ ที่คุ้นเคย ซึ่งที่จริงน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ก็ไหลมาจากธารน้ำแข็งบนภูเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบอยู่ บนเขามีทั้งป่าสนที่ยังเป็นสีเขียวเข้มและต้นไม้สีเหลืองส้มชนิดอื่นๆ ที่แข่งกันเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

ดูเหมือนแดดจะหมดแล้วเมื่อได้กลับขึ้นฝั่งอีกครั้ง ฉากหลังที่เป็นภูเขาสูงใหญ่กลายเป็นสีน้ำเงินซีดๆ สลับกับสีขาวดำ ทำให้ทะเลสาบในเวลานี้ดูสงบนิ่ง เย็นตา และมีมนต์ขลังอย่างประหลาด สมกับชื่อมินนีวองก้าดีจัง





 

Banff Gondola

 

ก่อนมาลังเลอยู่หน่อยว่าจะขึ้นไปชมวิวมุมสูงของแบนฟ์ด้วยกระเช้ากอนโดล่า หรือจะไปนั่งเก้าอี้ chairlift แบบนักสกีที่ภูเขาอีกลูกดี แต่พอซื้อตั๋วชุดซึ่งรวมบัตรกอนโดล่ามาให้แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องเลือกอีกต่อไป


กอนโดล่าที่จะใช้นั่งขึ้นไปชมวิวเป็นกระเช้าขนาดเล็กสำหรับ 4 คน มันจะพาเราลอยเหนือทิวสนสีเขียวเข้ม ลอยขนานไปกับภูเขาสีขาวคราม และไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงเกือบ 700 เมตรภายในเวลาไม่กี่นาที


และในไม่กี่นาทีนั้นเอง อยู่ๆ ก็มีรุ้งกินน้ำโผล่ออกมาแจมด้วยอีกตัว กอนโดล่าที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศทำให้เราได้มองรุ้งกินน้ำใกล้ขึ้น มองที่ระดับสายตา ไม่ต้องเงยหน้าดูเลยค่ะ